สอบเข้ามหาวิทยาลัย ภาษาไทย(2546) ชุดที่5

,ที่มา คำชี้แจง
- ถ้าไม่กรอกทั้งชื่อ และนามสกุลของผู้ทำข้อสอบ ระบบจะไม่ตรวจข้อสอบให้
- ส่วนนี้จะไม่มีการบันทึกผลสอบ หากต้องการบันทึกโปรดสมัครสมาชิก
- ถ้าทำข้อสอบไม่ครบ ระบบจะไม่ตรวจข้อสอบให้
- ผู้ทำข้อสอบจะมีเวลาในการทำข้อสอบเพียง 30 นาที หากเกินเวลา ระบบจะไม่ตรวจข้อสอบให้
- เกณฑ์ตัดสินผ่านการทดสอบอยู่ที่ร้อยละ 70 หรือ 7 ข้อขึ้นไป
ส่วนนี้จะไม่มีการบันทึกผลสอบ และแสดงเฉลยแบบทดสอบ หากต้องการบันทึก และรายงานการทำแบบทดสอบ โปรดสมัครสมาชิก 
1. ข้อใดไม่ปรากฏในคำประพันธ์ต่อไปนี้ “หยิบสีรุ้งทั้งเจ็ดสายระบายฝัน หยิบพู่กันหัวใจละเอียดอ่อนเขียนความรักศรัทธาห่วงอาทร ให้โลกร้อนเย็นฉ่ำด้วยน้ำใจ”
    ความมีน้ำใจไมตรี
    ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
    ความเลื่อมใสศรัทธา
    ความชื่นชมในธรรมชาติ
2. ข้อใดไม่สอดคล้องกับเนื้อหาในคำประพันธ์ต่อไปนี้ “คำยอยกย่องเที้ยร
    1
    นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน
    แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ
    อันมนุษย์หาสุดแก่ใครไม่ มันกลับกลอกนอกในเป็นหนักหนา
3. คำประพันธ์ต่อไปนี้กล่าวถึงศิลปะของคนไทยในด้านใด “แสงโสมแสงแก้วส่อง สุริยฉายอร่ามรัตนกุณฑลพราย พร่างฟ้าอุณหิสวิจิตรราย ปัทมราช แลฤาเจ็ดอุรุดเรียบหน้า ผกเกล้าเกลื่อนหงอน”
    การแต่งกาย
    การวาดภาพ
    การแกะสลัก
    การก่อสร้าง
4. สารในข้อใดไม่เป็นคติในการเลือกคบคน
    สกุลหงส์พงศ์ประยูรสกุลสูง อย่าฝ่าฝูงกาพาลหวานปนขมสกุลกาพาอับให้กลับจม อย่านิยมยินดีจะมีคาว
    อันคนดีมีศีลสัตย์สันทัดเที่ยง ช่วยชุบเลี้ยงชูเชิดให้เฉิดฉายเอาไว้ใช้ใกล้ชิดไม่คิดร้าย เขารักตายด้วยได้ด้วยใจตรง
    สตรีหึงหนึ่งแพศยาหญิง

5. ข้อความต่อไปนี้ให้ข้อคิดในเรื่องใดชัดเจนที่สุด“สังเวชวัดธารมาที่อาศัย
    แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย”
    2
    เงินทองทำให้เกิดทุกข์
    เงินทองซื้อความสุขไม่ได้
6. ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายของกวีตามคำประพันธ์ต่อไปนี้ “และใจเจ้าจักเป็นเช่นสายน้ำ ใสเย็นฉ่ำชื่นแล้วไหลแผ่วผ่านเพื่อเลี้ยงชีพชโลมไล้ให้เบิกบาน เพียงพ้องพานผิวแผ่วแล้วผ่านเลย”
    เสนอแนวคิดในการทำจิตใจให้สงบเย็น
    เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ
    เสนอแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติที่เป็นคุณต่อมนุษย์
    เสนอแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลา
7. ข้อใดไม่แสดงคุณธรรม
    คนในเมืองสุโขทัยนี้มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน
    ขุนสามชนขับม้าหัวขวา ขุนสามชนเกลื่อนเข้าไพร่ฟ้าหน้าใสพ่อกู หนีญญ่ายพ่ายจแจ๋ (น)
    กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวานอันใดกินอร่อยดี กูเอามาแก่พ่อกู
    พ่อกูตายยังพี่กู กูพร่ำบำเรอแก่พี่กูดังกูบำเรอแก่พ่อกู พี่กูตายจึงได้เมืองแก่กูทั้งกลม
8. ข้อใดมีน้ำเสียงต่างจากข้ออื่น
    จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาวจากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำเค็ญเข็ญ
    สองมือเฮามีแฮง เสียงเฮาแย้งมีคนยินสงสารอีศานสิ้น อย่าซุด, สู้ด้วยสองแขน
    โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก เสียงแห่งความทุกข์ยากก็ยิ่งใหญ่สว่างวาบแปลบพร่ามาไรไร ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี
    ลมประสานเสียงแคนว่าแค่นแค้น เปิปข้าวทุกคราวแค่นความขื่นขมเหงื่อภูรินตากูแล้งน้ำแห้งตรม แม้ทุกข์ถมจักหยัดยืนคืนค่าคน
9. ข้อใดสะท้อนความรู้สึกของผู้แต่งคำประพันธ์ต่อไปนี้ได้ตรงที่สุด“เมื่อเมือคนคั่งคักด้วยคนป่า คนดีก็ด้อยคำเหมือนกรวดหินเหมือนสัตว์ป่าสร้างป่าไว้หากิน สัตว์เมืองก็ต้องสิ้นวิสัยเมือง”
    โกรธแค้น
    สมเพช
    ท้อแท้
    อนาถใจ
10. ข้อใดสะท้อนทรรศนะของผู้พูดข้อความต่อไปนี้“แม้นว่าระดูจรกา งามเหมือนวิหยาสะกำนี้จะมิได้ร้อนรนด้วยปนศักดิ์ น่ารักรูปทรงส่งศรี”
    ไม่ถือเรื่องชั้นวรรณะ
    ไม่ถือเรื่องยศศักดิ์
    รูปสมบัติสำคัญกว่าฐานะ
    รูปสมบัติแสดงให้เห็นคุณความดีของคน
ให้ตรวจสอบชื่อนามสกุลว่ากรอกครบหรือไหม่
พร้อมกับตรวจข้อสอบว่าเลือกทำครบทุกข้อหรือไม่ ไม่ครบไม่ตรวจนะครับ


EDUCATION RESEARCH | หน้าแรกข้อสอบ | เข้าระบบ | สมัครสมาชิก | สร้างข้อสอบ
Version Thaitestonline.com | Mobile